Sunday, December 17, 2017
Home > news > แนวทางการเลือกซื้อ Printer อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

แนวทางการเลือกซื้อ Printer อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

แนวทางการเลือกซื้อ Printer อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในบทความนี้เราจะพูดถึงการเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อีกหนึ่งตัว เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับคนทำงานเอกสาร นามบัตร กราฟิก เป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก เครื่อง Printer นั่นเองค่ะ

เมื่อก่อนเวลาเราจะพิมพ์งาน หรือเอกสารอะไรก็ตาม เราจะต้องใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ต หรือร้านรับพิมพ์งานต่างๆ อยู่เสมอ แต่สมัยนี้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างเครื่อง Printer และตัวหมึกมีราคาถูกลงมาก ทำให้สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะซื้อใช้ส่วนตัวที่บ้าน หรือใช้ภายในสำนักงาน องค์กร บริษัท ซึ่งจำเป็นต้องมีไว้สำหรับพิมพ์เอกสารต่างๆ แต่เนื่องด้วยเครื่องพิมพ์นี้มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป วันนี้ Potatotechs จะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อเครื่อง Printer แต่ละประเภท เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดค่ะ

ลักษณะของเครื่อง Printer

หลักๆ แล้วเครื่อง Printer จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท และเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ลองมาดูลักษณะของเครื่องพิมพ์แต่ละแบบกันก่อนค่ะ

1.เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท

เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เช่น นักศึกษา นักเรียน คนทำงานเอกสาร พิมพ์นามบัตร เป็นต้น เน้นการพิมพ์ไม่เยอะ แต่สีสันสดใสชัดเจน มีแม่พิมพ์หลัก 4 สี ข้อดีของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คือ ราคาไม่แพง สามารถซื้อไว้ใช้งานในบ้านได้ เวลาพิมพ์ออกมาจะมีความเป็นธรรมชาติ ภาพคมชัด สีสันชัดเจนสวยงาม แต่ราคาของหมึกพิมพ์จะค่อนข้างแพง ใช้เวลาพิมพ์แต่ละแผ่นช้ากว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ถ้าไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการหมึกตัน ต้องมีการซ่อมบำรุงอยู่บ่อยๆ ค่ะ

สรุปข้อดี-ข้อเสียเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท

ข้อดี ข้อเสีย
ราคาไม่แพง ใช้เวลาพิมพ์แต่ละแผ่นช้า และมีเสียงดัง
ได้ภาพสีที่คมชัด และสวยงาม มีปัญหาเรื่องหมึกตัน หากไม่ได้ใช้งานประจำ
งานพิมพ์มีความเป็นธรรมชาติ ราคาหมึกพิมพ์แพง
บำรุงรักษายากกว่า และอายุการใช้งานสั้น

2.เครื่องพิมพ์เลเซอร์

ได้รับความนิยมสูงกว่าอิงค์เจ็ท เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องพิมพ์งาน หรือเอกสารจำนวนมาก เช่น องค์กร สำนักงาน บริษัท ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานพยาบาล หน่วยงานราชการ เอกสารที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้นจะมีความคมชัดมาก แม้จะเทียบกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทรุ่นที่ดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่เรายังสามารถเห็นภาพ หรือตัวอักษรเป็นริ้วๆ เนื่องจากใช้หมึกน้ำในการพิมพ์

แต่เครื่องพิมพ์เลเซอร์จะใช้หมึกผงในการพิมพ์ ทำให้ละลายติดไปกับกระดาษโดยตรง จึงทำให้ได้ภาพ และตัวอักษรที่มีความคมชัดมาก อีกทั้งปัจจุบันเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็มีราคาถูกลง การซ่อมบำรุง หรือเติมผงหมึกก็สามารถทำได้ง่าย ทำให้คนนิยมซื้อมาไว้ติดบ้านเพื่อใช้งานมากขึ้น

สรุปข้อดี-ข้อเสียเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

ข้อดี ข้อเสีย
มีความรวดเร็วในการพิมพ์ต่อแผ่นสูง ไม่สามารถพิมพ์ภาพสีได้ ยกเว้นเป็นแบบเครื่องพิมพ์เลเซอร์ปริ๊นสี
ได้งานพิมพ์ที่คมชัดมากโดยเฉพาะสีขาวดำ ราคาแพงกว่าแบบอิงค์เจ็ท
ไม่มีเสียงดังขณะพิมพ์
ราคาต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูก
สามารถเติมผงหมึกได้เอง ราคาหมึกไม่แพง

การเลือกซื้อเครื่อง Printer

การเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างเครื่อง Printer ที่เหมาะสมกับตัวคุณนั้น หลักๆ ก็ต้องดูความจำเป็นในการใช้งานของคุณ ว่าพิมพ์เอกสารมากน้อยแค่ไหน พิมพ์ภาพสี หรือขาวดำมากกว่ากัน ฯลฯ หากใครยังเลือกไม่ถูก ลองมาดูปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่อง Printer ได้ง่ายขึ้นกันค่ะ

1.ความรวดเร็วในการพิมพ์

ก่อนซื้อ Printer สักเครื่อง ควรคำนึงถึงความเร็วในการพิมพ์เอกสารแต่ละแผ่นด้วย หากต้องการซื้อสำหรับใช้ส่วนตัวที่บ้าน ไม่ได้ใช้พิมพ์งานอะไรมากมาย ก็ไม่ต้องกังวลเท่าไรค่ะ แต่ถ้าซื้อเพื่อใช้ในสำนักงาน บริษัท หรือองค์กรต่างๆ ควรคำนึงถึงความเร็วในการพิมพ์เป็นหลักสำคัญ เพราะเครื่อง Printer แต่ละรุ่น แต่ละแบบ มีความเร็วที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องการพิมพ์เอกสารที่เป็นรูปภาพ หรือเอกสารที่มีความละเอียดสูง ก่อนซื้อต้องอ่านรายละเอียด และคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวด้วย ว่ามีคุณสมบัติตรงตามการใช้งานหรือไม่ สามารถดูได้จาก PPM (Pages Per Minute) หมายถึง ตัวเลขยิ่งมากเท่าไร ความเร็วในการพิมพ์เอกสารต่อนาทีก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปด้วย แต่เลข PPM ในที่นี้เป็นค่าสถิติเฉลี่ยสำหรับเอกสารทั่วไปเท่านั้นนะคะ หากว่าเป็นการพิมพ์เอกสารที่เป็นรูปภาพ หรือเอกสารที่มีความละเอียดสูง ก็จะใช้เวลามากกว่าค่าเฉลี่ยในการพิมพ์ค่อนข้างเยอะค่ะ

2.ฟังก์ชั่น และการเชื่อมต่อของตัว Printer

หากคุณเลือกซื้อเครื่อง Printer เพื่อเชื่อมต่อการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่บ้านละก็ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่ออาจจะไม่มีผลอะไรมากค่ะ เพียงแค่เลือกรุ่นที่มี USB ไว้สำหรับเชื่อมต่อได้ก็พอแล้ว แต่ถ้าต้องการซื้อเพื่อใช้ในสำนักงาน องค์กร หรือบริษัทต่างๆ ควรเลือก Printer ที่มีสาย LAN ด้วย จะได้ง่ายต่อการแชร์เครื่องเพื่อการใช้งานหลายๆ คนค่ะ

ปัจจุบันนี้เครื่อง Printer หลายแบรนด์ก็ได้พัฒนาออกมาเป็นแบบ All-in-One หรือสามารถพิมพ์เอกสาร สแกนเอกสาร ถ่ายเอกสาร และยังสามารถรับ Fax ได้อีกด้วย บางรุ่นก็อาจจะ Advance ขนาดที่สามารถสั่งพิมพ์เอกสารผ่านอินเทอร์เน็ต และ Wi-Fi ขณะที่คุณอยู่นอกบ้านได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ควรเลือกซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุดนะคะ เพราะบางคนลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์แบบ All-in-One ซึ่งมีราคาแพงกว่าเครื่องพิมพ์ปกติ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ใช้แค่พิมพ์เอกสารทั่วไปเท่านั้น อาจจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนั่นเองค่ะ

3.งบประมาณในกระเป๋า

สิ่งสำคัญเช่นกันคือ สตางค์ในกระเป๋านะคะ ราคาเครื่องพิมพ์สมัยนี้ก็ไม่แพงมากนัก เพราะมีหลากหลายยี่ห้อออกมาแข่งขันกัน แต่หลักๆ แล้วคุณจะเลือกใช้งานเครื่องพิมพ์แบบไหน อิงค์เจ็ท หรือ เลเซอร์ เพราะปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ค่าหมึกพิมพ์ บางรุ่นนั้นราคาเครื่องพิมพ์ถูกมาก แต่ราคาค่าหมึกแพงมาก และบางรุ่นไม่สามารถเปลี่ยนหมึกเองได้ ต้องยกไปให้ที่ร้าน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ด้วย เช่น เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท หากคุณไม่ได้ใช้งานบ่อยครั้งนัก อาจส่งผลให้เกิดอาการหมึกตัน และต้องยกเครื่องไปซ่อมบำรุงที่ร้าน เป็นต้น

ควรคำนวณค่าใช้จ่ายต่อแผ่นพิมพ์ที่เกิดขึ้นด้วยนะคะ ว่าแบบไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน ถ้ารู้ตัวว่าใช้งานพิมพ์เอกสารเยอะๆ ควรใช้เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะคุ้มค่ากว่าค่ะ เพราะมีค่าเฉลี่ยราคาต่อแผ่นถูกกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท

เครื่อง Printer ถือว่าเป็น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่มีความสำคัญไม่แพ้อุปกรณ์เสริมประเภทอื่นเลยนะคะ ปัจจุบันนี้ก็มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ ความรวดเร็วในการพิมพ์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมาภายหลัง เช่น ค่าหมึก ค่าซ่อมบำรุง ค่ากระดาษ เป็นต้น ส่วนราคาของเครื่องพิมพ์นั้นถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่คุ้มค่า คุณภาพดี ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเราเองให้มากที่สุดค่ะ

credit: https://www.potatotechs.com